บริจาคเงินรพ.ลดหย่อนภาษี 2 เท่า

สธ.เสนอบริจาคเงินให้ รพ. ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เผยกรมสรรพากรอยู่ระหว่างชง ครม.เพื่อประกาศเป็น พ.ร.ฎ. ด้าน “หมอเจตน์” ชูเป็นแนวทางหนึ่งแก้ปัญหาการเงิน รพ. ระบุคลังเห็นชอบให้บริจาคเข้า รพ.โดยตรง หวังให้ สตง.ตรวจสอบได้ ไม่รวมบริจาคผ่านมูลนิธิ

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงปัญหาทางการเงินของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยระบุว่า สธ.มีความพยายามหาเงินมาเพิ่มให้ระบบ วิธีหนึ่งที่เสนอในคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านสาธารณสุขเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมาคือ การดึงเงินจากผู้บริจาคให้กับ รพ.ต่างๆ โดยใช้แรงจูงใจด้วยการหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ10 ของรายได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆแล้ว ซึ่งกรมสรรพากรเห็นด้วย แต่ขอกำหนดให้บุคคลธรรมดา บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ครอบคลุมระยะเวลา 3-5 ปี และต่อเป็นครั้งๆ และขอให้ไม่รวมการบริจาคทรัพย์สินหรือสิ่งของ และต้องเป็นการบริจาคให้รพ.โดยตรงไม่รวมถึงการบริจาคให้มูลนิธิ หมายถึงการบริจาคให้เป็นเงินบำรุงเพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบได้ แต่อาจให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค โดยกระทรวงการคลังจะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือประกาศกระทรวงต่อไป
“น่าเสียดายที่กระทรวงคลังไม่ยอมให้บริจาคเข้ามูลนิธิด้วยวิธีนี้ เพราะสะดวกและคล่องตัวกว่าระเบียบเงินบำรุงเยอะ อนึ่งการบริจาคให้โรงเรียนในขณะนี้สามารถหักลดหย่อนได้ 2 เท่ามานานแล้ว กรรมการปฏิรูปการศึกษากำลังจะเสนอให้หักลดหย่อนได้ 3 เท่า แต่ก็ยังดี เชื่อว่าประชาชนทั่วไปในขณะนี้เห็นใจ รพ.ทุกแห่งที่ประสบปัญหาด้านงบประมาณอยู่แล้ว มาตรการนี้เชื่อว่าจะเพิ่มเงินบริจาคได้แน่ครับ” นพ.เจตน์ กล่าว
นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. กล่าวว่า เป็นข้อเสนอของทางโรงพยาบาลในสังกัด สธ. ที่เสนอต่อ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ที่บริจาคเงินให้โรงพยาบาลนั้นจะสามารถลดหย่อนภาษีได้เพียง 1 เท่า จึงมีข้อเสนอว่าน่าจะมีการปรับปรุงใหม่ โดยให้เหมือนกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่กำหนดว่า ผู้บริจาคเงินเข้าสถานศึกษาสามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า ที่ผ่านมา รมว.สธ.ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง และตนได้หารือกับกรมสรรพากร ซึ่งก็เห็นด้วย โดยมาตรการนี้จะเป็นแรงจูงใจสำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเงินช่วยเหลือ รพ.ได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *