เพิ่มการทำ “จิตบำบัด” ลดป่วยซ้ำได้ดีมาก

กรมสุขภาพจิต เผยในปี 2560 ผู้ป่วยจิตเวชเข้าถึงการรักษา 2.6 ล้านคน เพิ่มจากปี 2558 ถึง 4 เท่าตัว ในปีนี้เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา โดยนำการทำจิตบำบัด ปรับความคิดที่บิดเบือนหรือคิดลบที่ทำให้ผู้ป่วย มีพฤติกรรมอารมณ์ผิดปกติ ให้กลับมาอยู่บนความเป็นจริง ใช้ควบคู่กับการรักษาด้วยยา ผลวิจัยพบว่าให้ผลดี กว่าการรักษาด้วยยาอย่างเดียว ผู้ป่วยมีอัตราป่วยซ้ำเพียงร้อยละ 28 เริ่มใน 7 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 8

ซึ่งคาดว่า มีผู้ป่วยจิตเวชเกือบ 2 แสนคน นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบประกาศนียบัตรให้แก่นักจิตวิทยา นักจิตวิทยาคลินิกที่ปฏิบัติงานในเขตสุขภาพที่ 8 ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการทำจิตบำบัดผู้ป่วยจิตเวชแบบปรับเปลี่ยนความคิดจำนวน 32 คน ที่โรงแรมใบบุญแกรนด์ อ.เมือง จ.เลย ว่า สถานการณ์ขณะนี้เราพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยจิตเวชและผู้มีปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มมากขึ้น ปรากฎออกมาเป็นปัญหาสังคม เช่น ความรุนแรงต่อเด็กสตรี ครอบครัว คดีอาชญากรรม เป็นต้น ส่วนใหญ่มาจากพื้นฐานครอบครัว ปัญหาเศรษฐกิจ การใช้สารเสพติดและพันธุกรรม ในปี 2560 มีผู้ป่วยจิตเวชขึ้นทะเบียนรักษา 2.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 37 ของผู้ป่วยจิตเวชและผู้มีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งผลสำรวจในปี 2556 คาดว่าจะมี 7 ล้านกว่าคนทั่วประเทศ ซึ่งกรมฯได้เร่งเพิ่มการเข้าถึงยาของผู้ป่วย ให้อสม.และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลออกเยี่ยมบ้านดูแลผู้ป่วยจิตเวชร่วมกับครอบครัว พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจผู้ป่วยโรคจิตเวช ซึ่งจัดเป็นโรคเรื้อรังเหมือนโรคทางกาย รักษาหายขาดหรือควบคุมอาการให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ อยู่ร่วมกับครอบครัว ชุมชนได้เหมือนคนทั่วไป ส่งผลให้แนวโน้มการเข้าถึงของผู้ป่วยดีขึ้นเรื่อยๆ โดยรวมจำนวนผู้ป่วยในปี 2560 เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึง 4 เท่าตัว อย่างไรก็ตาม การรักษาผู้ป่วยจิตเวช เช่นโรคจิตเภท ( Schizophrenia) โรคซึมเศร้า (depression) โรควิตกกังวล ( Anxiety) หรือโรคจิตเวชจากการเสพสารเสพติดก็ตาม ไม่ได้หายจากยาอย่างเดียว บางคนต้องใช้การปรับพฤติกรรม ปรับความคิด เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชส่วนใหญ่ จะมีความคิดที่บิดเบือนบางประการ เกิดอารมณ์และพฤติกรรมที่เป็นลบเช่นผู้ป่วยซึมเศร้ามักคิดว่า ตัวเองถูกตัดออกจากโลกภายนอก ถูกแยกออกจากครอบครัว มองทุกอย่างในแง่ลบ ไม่สามารถควบคุมการกระทำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงต้องใช้กระบวนการทางจิตวิทยา. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *